5 ทักษะความฉลาดทางอารมณ์ เพื่อพัฒนาผู้นำสู่ความสมบูรณ์แบบ

leader shift
5 ทักษะความฉลาดทางอารมณ์ เพื่อพัฒนาผู้นำสู่ความสมบูรณ์แบบ

ความฉลาดทางอารมณ์ (Emotional Intelligence) คือ ความสามารถในการเข้าใจและจัดการอารมณ์ของตนเองและคนรอบข้าง เป็นแนวคิดที่นักวิจัยคิดขึ้นในช่วงทศวรรษ 1980-1990 เพื่ออธิบายว่าทำไมคนฉลาดจึงยังทำสิ่งที่ผิดพลาดได้

คนที่มีความฉลาดทางอารมณ์ในระดับสูง จะรู้ว่าตนเองกำลังรู้สึกอย่างไร และอารมณ์ของตนนั้นจะส่งผลต่อคนอื่นอย่างไร

สำหรับผู้นำ ความฉลาดทางอารมณ์เป็นสิ่งสำคัญสำหรับความสำเร็จ และมีแนวโน้มจะประสบความสำเร็จมากกว่าผู้นำที่ตะโกนใส่ทีมของเขาเมื่อเขาอยู่ภายใต้ความเครียด

เมื่อนึกถึง "ผู้นำที่สมบูรณ์แบบ" คุณนึกถึงอะไร?

คุณอาจนึกถึงคนที่ไม่เคยปล่อยให้อารมณ์ของเขาหลุดลอยไป ไม่ว่าเขาจะเจอปัญหาอะไรก็ตาม หรือใครบางคนที่พนักงานไว้วางใจอย่างเต็มที่ รับฟังทีม พูดคุยง่าย และตัดสินใจอย่างรอบคอบเสมอ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นคุณสมบัติของบุคคลที่มีความฉลาดทางอารมณ์ในระดับสูง

ในบทความนี้ SHiFT Your Future จะมาแนะนำวิธีที่คุณสามารถจัดการความฉลาดทางอารมณ์ของคุณในฐานะผู้นำได้

1.ตระหนักรู้ในตนเอง (Self-awareness)

การตระหนักรู้ในตนเองเกี่ยวข้องกับการเข้าใจตัวเองและพฤติกรรมของคุณในสามระดับ คือ 1) สิ่งที่คุณทำ 2) คุณรู้สึกอย่างไรกับสิ่งที่เกิดขึ้น และ 3) ส่วนที่ยากที่สุด การค้นหาสิ่งที่คุณไม่รู้เกี่ยวกับตัวเอง

ผู้นำที่ตระหนักรู้ในตนเอง จะรู้ว่าตนเองรู้สึกอย่างไร และการกระทำนั้นส่งผลต่อคนรอบข้างอย่างไร และยังหมายถึงการมีภาพที่ชัดเจน รู้จุดแข็งและจุดอ่อนของตนเอง ประพฤติตัวด้วยความถ่อมตน และไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นเช่นไร คุณสามารถเลือกได้ว่าจะปฏิบัติอย่างไรต่อผู้อื่น

2.รู้จักควบคุมตนเอง (Self-regulation)

อารมณ์เป็นเพียงสัญญาณที่บอกให้เราใส่ใจกับบางสิ่งบางอย่าง จากนั้นเราสามารถตัดสินใจได้ว่า “บางอย่าง” มีความสำคัญหรือไม่ และเลือกแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดในการจัดการกับสิ่งนั้น

ความโกรธอาจเป็นอารมณ์ที่ทำลายล้างได้ แต่ก็อาจเป็นความรู้สึกที่ดีได้ หากใช้เพื่อแก้ไขความอยุติธรรม และ/หรือปกป้องตนเองหรือผู้อื่น

ทั้งนี้ผู้นำที่ควบคุมอารมณ์ตนเองอย่างมีประสิทธิภาพมักไม่ค่อยโจมตีผู้อื่นด้วยวาจา ตัดสินใจอย่างเร่งรีบ หรือมีอารมณ์แบบคิดเหมารวม

3.แรงจูงใจ (Motivation)

แรงจูงใจจากภายในเป็นทักษะความฉลาดทางอารมณ์ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง คนที่ฉลาดทางอารมณ์จะได้รับแรงจูงใจจากสิ่งต่างๆ ที่นอกเหนือไปจากรางวัลภายนอก เช่น ชื่อเสียง เงินทอง

ผู้ที่มีความสามารถในด้านนี้ มักจะมุ่งเน้นการดำเนินการ ตั้งเป้าหมาย มีความต้องการความสำเร็จสูง และมองหาวิธีที่จะทำให้ดีขึ้นอยู่เสมอ

ด้านผู้นำที่มีแรงจูงใจในตนเอง จะทำงานอย่างสม่ำเสมอเพื่อบรรลุเป้าหมาย และมีมาตรฐานที่สูงมากสำหรับคุณภาพของงาน นอกจากนี้ยังมองโลกในแง่ดี ไม่ว่าจะประสบปัญหาอะไรก็ตาม

4.ความเห็นอกเห็นใจ (Empathy)

การเอาใจใส่หรือความสามารถในการเข้าใจว่าคนอื่นรู้สึกอย่างไร มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความฉลาดทางอารมณ์

นอกจากนี้ยังเกี่ยวข้องกับการตอบสนองของคุณต่อผู้คน เมื่อคุณรู้สึกว่ามีคนกำลังเศร้าหรือสิ้นหวัง คุณจะตอบสนองอย่างไร? คุณอาจปฏิบัติต่อพวกเขาด้วยความเอาใจใส่และห่วงใยเป็นพิเศษ หรือคุณอาจพยายามทำให้จิตใจของพวกเขาสงบลง

สำหรับผู้นำ การมีความเห็นอกเห็นใจมีความสำคัญต่อการจัดการทีมหรือองค์กรให้ประสบความสำเร็จ ผู้นำที่มีความเห็นอกเห็นใจจะสามารถเอาตัวเองไปอยู่ในสถานการณ์ของคนอื่นได้ ช่วยพัฒนาบุคลากรในทีม ให้ข้อเสนอแนะที่สร้างสรรค์ และรับฟังผู้อื่น

5.ทักษะการเข้าสังคม (Social Skills)

การมีทักษะทางสังคมที่แข็งแกร่ง ช่วยให้ผู้คนสร้างความสัมพันธ์ที่มีความหมายกับผู้อื่น พัฒนาความเข้าใจของตนเองและผู้อื่นได้ดีขึ้น

ผู้นำที่ทำได้ดีในด้านทักษะการเข้าสังคมของความฉลาดทางอารมณ์ คือ ผู้สื่อสารที่ยอดเยี่ยม เปิดรับข่าวร้ายพอๆ กับข่าวดี สนับสนุนทีม และตื่นเต้นกับภารกิจหรือโครงการใหม่

นอกจากนี้ยังสามารถจัดการกับการเปลี่ยนแปลงและแก้ไขข้อขัดแย้งได้ดีอีกด้วย

สุดท้ายนี้ ผู้นำจะต้องลองตรวจสอบตัวเองว่าเรามีความฉลาดทางอารมณ์ครบทุกข้อหรือยัง ถ้ายัง ก็ควรจะรีบสร้างเพื่อพัฒนาตนเองให้เป็นผู้นำที่สมบูรณ์แบบ เพราะผู้นำที่มีความสัมพันธ์และทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ดี จะมีโอกาสประสบความสำเร็จมากขึ้น

ที่มา markmanson.net , mindtools.com , verywellmind.com

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

-ทักษะที่ต้องมีหากคิดจะเป็นผู้นำในยุคดิจิทัล
-4 เรื่องที่ผู้นำควรปฏิบัติเมื่อเกิดสถานการณ์วิกฤติ

สนใจคอร์สเรียน อัพสกิลต่างๆ คลิกเพื่อดูหน้าคอร์สได้เลย

คอร์สเรียนออนไลน์

รับคูปองส่วนลดพิเศษ สำหรับคอร์สเรียน

กรอกอีเมล์รับส่วนลดคอร์สเรียน 40% พร้อมคอนเทนต์พัฒนาตัวเอง และโปรโมชั่นต่างๆ จากทาง SHiFT