5 กลยุทธ์ ‘สื่อโฆษณานอกบ้าน (OOH)’ ตอบโจทย์การแข่งขันทางธุรกิจที่ยังใช้ได้ดี


“ใครบอกว่าป้ายโฆษณาใช้ไม่ได้แล้ว…?”


สื่อโฆษณานอกบ้าน หรือ Out of Home (OOH) หมายถึง สื่อโฆษณาจำพวกป้ายโฆษณาทั้งเป็นแบบแผ่นป้าย สติกเกอร์ และสื่อบนจอดิจิทัล เช่น ป้ายโฆษณาบนรถไฟฟ้า บนรถเมล์ หรือตามตึกต่างๆ รวมถึงในห้าง เป็นต้น


และถึงแม้โลกกำลังเปลี่ยนเข้าสู่ยุคดิจิทัลมากขึ้นนับตั้งแต่การระบาดของโควิด-19 แต่จากรายงานของ Statista ในทวีปอเมริกาเหนือ มีการใช้จ่ายกับสื่อโฆษณานอกบ้านเป็นจำนวนถึง 8.82 พันล้านดอลลาร์ฯ ในปี 2021 และคาดการณ์ว่าจะสูงถึง 10.4 พันล้านดอลลาร์ฯ ในปี 2024 นั้นก็หมายความว่า การตลาดแบบใช้สื่อโฆษณานอกบ้านยังมีความสำคัญอยู่มาก เพราะมันยังเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจได้และผู้คนยังคงสัญจรไปในสถานที่ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง


ดังนั้น ในปี 2022 นี้ เราขอนำเสนอ 5 กลยุทธ์สำหรับการทำสื่อโฆษณานอกบ้านที่มีประสิทธิภาพมาให้กับผู้ที่สนใจ ทั้งสำหรับนักธุรกิจ เจ้าของกิจการ และนักการตลาด รวมถึงเหล่าครีเอเตอร์ ดังต่อไปนี้


1. โฟกัสที่พื้นที่ของกลุ่มเป้าหมาย


แม้ว่านักการตลาดทุกคนจะอยากเห็นป้ายโฆษณาที่สร้างสรรค์ของตัวเองปรากฎให้เห็นอยู่ในสถานที่ต่างๆ อย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ ตามรถไฟฟ้า ที่มีคนสัญจรไปมาจำนวนมาก แต่การจัดวางตำแหน่งป้ายโฆษณาหรือสื่อนอกบ้านต่างๆ ในพื้นที่ใจกลางเมืองและหลายๆ พื้นที่ในเมืองที่เร้าร้อน อาจจะเหมาะกับบางธุรกิจเท่านั้น เพราะบางที มันก็หมายถึงการใช้งบประมาณการตลาดที่ไม่เกิดประโยชน์สูงสุด นอกเสียจากว่า ธุรกิจของคุณจะอยู่ใน 25 อันดับแรกของประเทศและมีงบประมาณมากพอในการทำตลาดแบบกว้างๆ


ดังนั้น คุณควรต้องรู้จักกลุ่มเป้าหมายของคุณให้มากและวางตำแหน่งโฆษณาของคุณให้เหมาะสมในพื้นที่ต่างๆ เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ใช่ เช่น หากคุณต้องการขายสินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้าและเฟอร์นิเจอร์ คุณอาจโปรโมทบนป้ายโฆษณาที่อยู่ใกล้กับโครงการหมู่บ้านหรือคอนโดที่เพิ่งพร้อมให้เข้าอยู่ เป็นต้น


2. วิเคราะห์และนำเสนอโฆษณาให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย


นอกจากการรู้จักกลุ่มเป้าหมายในข้อ 1 แล้ว การใช้ฐานข้อมูลทางการตลาดเพื่อวิเคราะห์และนำเสนอให้ตรงกลุ่มเป้าหมายนั้นก็สำคัญและสอดคล้องกับข้อ 1 เช่น การทำแบบสำรวจ การรีวิวข้อมูลจากฐานข้อมูลบน Social Media และอื่นๆ เพื่อสร้างโฆษณาและการสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสม และใช้งบประมาณการตลาดให้เกิดประโยชน์สูงสุด


3. แข่งขันแบบตรงไปตรงมา


การแข่งขันอย่างเหมาะสมในโลกธุรกิจนั้นไม่มีอะไรผิด เพราะถ้าคุณไม่ใช่ผู้นำในตลาด คนอื่นก็จะขึ้นมาเป็นผู้นำอยู่ดี ดังนั้น คุณควรสร้างแคมเปญเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายหรือลูกค้า พร้อมกับการดึงความสนใจของคนที่อาจจะกลายมาเป็นลูกค้าของคุณจากคู่แข่ง ด้วยการกำหนดตำแหน่งการจัดวางสื่อโฆษณาของคุณในบริเวณพื้นที่เดียวกันกับคู่แข่งเพื่อให้ลูกค้าคิดทบทวนก่อนตัดสินใจ ดีกว่าให้ลูกค้ามีตัวเลือกเพียงตัวเลือกเดียวซึ่งเป็นคู่แข่งของคุณเท่านั้น


มากไปกว่านั้น แนวทางการแข่งขันแบบตรงไปตรงมาลักษณะนี้ ยังจะช่วยให้คุณพัฒนาธุรกิจอย่างแน่วแน่และเสริมสร้างคุณค่าในการนำเสนอเชิงเปรียบเทียบ เพื่อให้ได้ส่วนแบ่งทางการตลาดมากที่สุด ทั้งยังเป็นโอกาสที่จะทำให้ธุรกิจของคุณขึ้นสู่อันดับต้นๆ ในอุตสาหกรรมเดียวกันได้ด้วย


4. เสนอโปรโมชั่นที่ยอดเยี่ยมในสถานการณ์ต่างๆ


การสร้างแคมเปญเสนอโปรโมชั่นในราคาที่ถูกลงให้กับลูกค้าตามเทศกาลและอีเว้นต์ต่างๆ เป็นสิ่งที่ควรทำ เพื่อให้การโฆษณาของคุณไม่หยุดนิ่งและไม่น่าเบื่อ ทั้งยังอาจสร้างลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ มากขึ้นด้วย


และหากธุรกิจของคุณ มีสินค้าเก่าที่เหลือคงคลัง คุณสามารถนำสินค้าเหล่านั้นมาทำแคมเปญลดราคาบนสื่อโฆษณานอกบ้านและใช้ประโยชน์จากการลดราคาบนพื้นที่โฆษณาที่มีราคาถูกลงได้ด้วย ซึ่งในส่วนนี้ต้องพึ่งทั้งความกล้าหาญและความคิดที่เฉียบแหลมในทางธุรกิจอย่างมากด้วยเช่นกัน


5. ใช้สื่อโฆษณาแบบดิจิทัลนอกบ้าน


ตั้งแต่การระบาดของโควิด-19 โลกเปลี่ยนเข้าสู่ยุคดิจิทัลรวดเร็วขึ้น แม้แต่ในวงการสื่อโฆษณานอกบ้านก็ไม่มีข้อยกเว้น และการเข้าสู่ระบบโฆษณาแบบดิจิทัลนอกบ้าน หรือ Digital Out of Home (DOOH) คือการลดงบประมาณการผลิตชิ้นสื่อโฆษณา เพราะนักการตลาดและนักออกแบบสามารถทำผ่านหน้าจอและการคลิกเพียงไม่กี่ครั้งเพื่อนำเสนอบนระบบใหม่ที่ไม่ใช่แผ่นป้ายโฆษณา เช่น จอภาพขนาดใหญ่ เป็นต้น และสามารถเปลี่ยนแปลงได้อยู่เสมอ อีกทั้งการทำสื่อโฆษณานอกบ้าน ทั้งแบบเป็นแผ่นป้ายและแบบดิจิทัลสามารถทำควบคู่กันไป เป็นการกระจายความหลากหลายทางการตลาดและเพิ่มโอกาสให้กับชัยชนะทางธุรกิจ รวมถึงผลตอบแทนที่อาจกลับมายังธุรกิจของคุณได้เร็วยิ่งขึ้นด้วย


นอกจากนี้ การทำสื่อโฆษณาแบบดิจิทัลนั้น มีประโยชน์มาก เพราะประการแรก มันสามารถเปิดใช้งานและปรับเปลี่ยนได้ในเวลาอันรวดเร็ว ประการที่สอง มันสามารถนำเสนอในเชิงตอบโต้กับลูกค้าได้ ซึ่งจะเพิ่มการรับรู้และการมีส่วนร่วมของผู้คนให้ดีขึ้น ประการที่สาม การโฆษณาผ่านโปรแกรมยังสามารถทำให้กระบวนการทั้งหมดนี้เป็นไปแบบอัตโนมัติ และประการที่สี่ ธุรกิจสามารถเก็บข้อมูลกลุ่มเป้าหมายและติดตามประสิทธิภาพของแคมเปญต่างๆ ได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น


ดังนั้น นอกจากการทำการตลาดออนไลน์แล้ว การทำการตลาดผ่านสื่อโฆษณานอกบ้านยังเป็นการสร้างการแข่งขันที่ยอดเยี่ยมและยังคงใช้ได้ดี รวมถึงยังสามารถสร้างความน่าเชื่อถือที่มากขึ้นให้กับแบรนด์หรือธุรกิจได้อย่างมากด้วย อย่างไรก็ดี การจะทำให้ธุรกิจให้ประสบผลสำเร็จอย่างยั่งยืนนั้น ธุรกิจต้องพึ่งพาทั้งการพัฒนาธุรกิจภายในและการทำการตลาดภายนอกในหลากหลายช่องทางประสานและสอดคล้องกันเพื่อสร้างผลสำเร็จในระยะยาว