การลงทุน เป้าหมายสู่ความมั่งคั่งที่อาจจะต้องเจ็บตัว

financial goal

เราทุกคนควรจะลงทุน ไม่ว่าจะหุ้น กองทุน ปัจจุบันมีช่องทางให้เลือกลงทุนมากมาย ทั้งในและนอกประเทศ แต่การลงทุนเพื่อความมั่งคั่งนั้นจะต้องมีความรู้ ที่อาจจะเกิดขึ้นจากการเรียน หรือความผิดพลาดในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งเราจะรู้ทฤษฎีอย่างเดียวไม่ได้ จะต้องรู้วิธีปฏิบัติที่ถูกต้องด้วย

ต้องยอมรับว่า “คนส่วนมากไม่มีความรู้แต่คิดว่ามี” จะเห็นว่าคนที่อยู่รอดในตลาดได้จริงๆ นั้นมีเพียงประมาณ 20% เท่านั้น ส่วน 80% นั้นกลับอยู่รอดในตลาดไม่ได้ ถึงแม้ว่าเขาจะศึกษามาแล้วก็ตาม แต่เขาไม่สามารถชนะตลาดได้ในระยะยาว

ในบทความนี้ SHiFT Your Future จะมาแนะนำสิ่งที่นักลงทุนควรทำ เพื่อให้อยู่รอดในตลาดหุ้นได้ในระยะยาว

เรียนรู้ความผิดพลาด นำมาปรับปรุง

ความผิดพลาดในตลาดจะทำให้รู้ว่าเราต้องปรับปรุงอย่างไร หลายคนเข้ามาในช่วงที่ตลาดเป็นขาขึ้น ซื้ออะไรก็ขึ้น เมื่อถูกบอกว่าขาดความรู้ ก็จะไม่รู้ว่าเราขาดความรู้อะไรเพราะได้กำไรอยู่

เซียนหุ้นหลายท่านพูดไว้ว่า อยู่ในตลาดให้ถึง 10 ปีก่อนถึงจะเป็นผู้อยู่รอด เพราะคนที่รอดมาได้นั้นจะต้องเจอทั้งตลาดขาขึ้นและขาลง มันเป็น Long Run ที่ไม่การันตีว่าทุกคนจะได้กำไรต่อเนื่อง บางคนเจ็บและไม่จำ สูญเสียเงินไปมากมายในตลาดหุ้น

เพราฉะนั้นนักลงทุนยังต้องตระหนักว่า การเล่นหุ้นมันเป็นไปไม่ได้ที่จะถูกทุกไม้ แต่ต้องกลับมาดูว่ากระบวนการที่เราที่ใช้อยู่นั้น “ทำให้คุณอยู่รอดได้ในระยะยาวหรือไม่”

มั่นใจกับแผนการที่วางไว้

สมมุติว่าเราทำแผนซื้อหุ้น A B C และพอไปได้ยินคนพูดถึงหุ้น D E F ว่ามันดี จนทิ้งแผนตัวเองแล้วไปซื้อหุ้นที่ได้ยิน สุดท้ายก็เจ๊ง

นอกจากนี้เรายังต้องมีความมั่นใจในการถือหุ้น สมมุติว่าเราซื้อหุ้นมาในราคา 2 บาท มีเป้าจะขาย 3 บาท ก็จะต้องมั่นใจกับเป้าหมาย ไม่ใช่รีบขายทิ้งก่อน

และสุดท้าย หลายคนชอบพูดว่าลงทุนด้วยเงินเย็น แต่พอหุ้นร่วงแล้วเงินร้อนทุกที

แยกกันชัดว่าจะ เก็งกำไร หรือ ลงทุน

ถ้าจะถือแค่ 2-3 วัน เราจะไม่สนใจพื้นฐานของหุ้น เหมือนใช้แมวอะไรก็ได้ที่จับหนูได้ แต่ถ้าจะถือยาวเราต้องเลือก เหมือนการวิ่งมาราธอน เราต้องเลือกรองเท้าที่ดีเพราะเราต้องวิ่งนาน

ซึ่ง ดร.กฤตพงศ์ อรชัยพันธ์ลาภ (ปอย) ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายหลักทรัพย์บุคคล บริษัทหลักทรัพย์เคจีไอ (ประเทศไทย) ได้เคยให้สัมภาษณ์กับ SHiFT Your Future ไว้ว่า “ให้ลองนึกภาพว่าเราข้ามถนนกับข้ามสะพานลอย ผลลัพธ์คือข้ามได้เหมือนกัน แต่วิธีการต่างกัน การข้ามถนนมีความเสี่ยงคือการอาจจะถูกรถชน ถ้าข้ามทางม้าลายความเสี่ยงจะลดลงมานิดหนึ่ง แต่ถ้าข้ามสะพานลอยอาจจะเหนื่อยขึ้นอีกนิดหน่อยแต่เราไม่ถูกรถชนแน่นอน”

เพราะฉะนั้นจะต้องรู้ว่าคุณมีเป้าหมายทางการเงินอย่างไร เมื่อรู้เป้าหมายวิธีการก็จะตามมา ทั้งนี้ต้องใช้วิธีการที่ถูกต้อง และอยู่รอดในตลาดไปให้ได้ สมมุติว่าคุณอยู่ในช่วงที่ตลาดหุ้นมีความผันผวนสูง ซึ่งมีโอกาสที่จะถูก Stop Loss ไปเรื่อยๆ การนำเทคนิคอลเข้ามาช่วยดู แนวรับ แนวต้าน ว่าจุดที่โดน Stop Loss นั้นมีนัยยะสำคัญอะไรหรือไม่

ด้านคนที่เลือกลงทุนแบบ All in และคิดว่าทำการบ้านมาดี มั่นใจมาก มีโอกาสทำกำไรได้สูงในช่วงเวลาสั้นๆ แต่คุณก็มีโอกาสที่จะเสี่ยงกับความผิดพลาดสูงเช่นกัน

ซึ่งในระยะยาวต้องมาดูว่าความเสี่ยงที่แลกกับผลตอบแทนที่คุณต้องการนั้นเป็นอย่างไร และโอกาสชนะตลาดของคุณมีกี่เปอร์เซ็นต์

สุดท้ายนี้ การลงทุนมันมีปัจจัยมาก เราไม่สามารถชนะตลาดได้ทุกครั้ง บางคนอาจต้องเจ็บตัวก่อนถึงจะรู้ เพราะฉะนั้นการเรียนรู้จะทำให้อยู่รอดได้

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

5 ทัศนคติด้านการเงินที่ควรมีติดตัว เพื่อสร้างเป้าหมายในชีวิต
ปอย-กฤตพงศ์ จากความชอบด้านการเทรดหุ้น สู่ผู้แนะนำการลงทุน

สนใจคอร์สเรียน อัพสกิลต่างๆ คลิกเพื่อดูหน้าคอร์สได้เลย

คอร์สเรียนออนไลน์

รับคูปองส่วนลดพิเศษ สำหรับคอร์สเรียน

กรอกอีเมล์รับส่วนลดคอร์สเรียน 40% พร้อมคอนเทนต์พัฒนาตัวเอง และโปรโมชั่นต่างๆ จากทาง SHiFT