ทำไมถึงควรลงทุนกับ 7 เมกะเทรนด์โลก

financial goal
ทำไมถึงควรลงทุนกับ 7 เมกะเทรนด์โลก

ตลาดการลงทุนในประเทศไทยเกือบทั้งหมดเป็นธุรกิจการขายสินค้าและบริการ ที่เป็นปัจจัยพื้นฐานของการใช้ชีวิต แต่ในโลกดิจิทัลดิสรัปชัน คนได้ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตกันอย่างมากมาย และใช้สินค้าบริการรุปแบบใหม่ๆ มากขึ้น จนเกิดเป็นเมกะเทรนด์ใหม่ๆ ออกมามากมาย

ขณะที่โลกได้เปิดกว้างกับการลงทุนมากขึ้น การลงทุนในต่างประเทศทำได้ง่ายขึ้น กองทุนรวมต่างประเทศเกิดขึ้นใหม่มากมายและมีความหลากหลาย

กองทุนเมกะเทรนด์ จึงเป็นหนึ่งในความหวังของนักลงทุน ที่จะช่วยเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนให้กับพอร์ตได้ หลายคนต่างมองว่าธุรกิจในกลุ่มเมกะเทรนด์ นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการกินอยู่ การใช้สินค้าและบริการต่างๆ จะช่วยให้พอร์ตสามารถเติบโตอย่างต่อเนื่องยาวนาน แม้ต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจขาลงบ้างก็ตาม

 

7 เมกะเทรนด์มีอะไรบ้าง

ยานยนต์อัตโนมัติและไฟฟ้า - การตื่นตัวของการลดการใช้น้ำมันยังเพิ่มสูง บางประเทศประกาศแผนหยุดใช้รถน้ำมันในอนาคตกันแล้ว นอกจากนี้ Tesla ที่เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมนี้ เป็นตัวฉุดให้บริษัทอื่นๆ เริ่มทำตาม

คาดการณ์ว่าตลาดรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติทั่วโลกคาดว่าจะสูงถึง 60 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2566 เพิ่มขึ้นจาก 5.68 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากปี 2561 – หรือเพิ่มขึ้น 956%!

บล็อกเชน - นวัตกรรมที่เปลี่ยนแปลงวิธีที่เราทำเกือบทุกอย่างได้ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อบ้าน การจ่ายเงิน การทำสัญญาอัจฉริยะ (Smart Contract) หรือเรียกว่าเป็น “โครงสร้างข้อมูลที่เก็บบันทึกการทำธุรกรรม และในขณะเดียวกันก็รับประกันความปลอดภัย ความโปร่งใส และการกระจายอำนาจ ที่ไม่มีผู้มีอำนาจควบคุมเพียงคนเดียว”

ตลาดบล็อกเชนคาดว่าจะสูงถึง 39.7 พันล้านดอลลาร์ในปี 2568 ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 2.2 พันล้านดอลลาร์ในปีที่ผ่านมา

มิลเลนเนียล - โดยเฉลี่ยในแต่ละปี คนรุ่นมิลเลนเนียลใช้เงิน 47,112 ดอลลาร์ต่อคน ใช้จ่ายเงินทั้งหมด 6 แสนล้านดอลลาร์ในสหรัฐอเมริกาต่อปี

เพราะฉะนั้นการลงทุนในธุรกิจที่คนมิลเลนเนียลใช้สินค้าและบริการอยู่นั้น จึงมีอัตราการเติบโตอย่างแน่นอน

พลังงานใหม่ - เทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียน ที่เปลี่ยนพลังงานจากแหล่งธรรมชาติ เช่น ดวงอาทิตย์ กระแสน้ำ ลม และอื่นๆ ให้อยู่ในรูปแบบที่ใช้งานได้

จากการวิจัยของ Allied Market Research ตลาดพลังงานหมุนเวียนทั่วโลกมีมูลค่า 928 พันล้านดอลลาร์ในปี 2560 และคาดว่าจะถึง 1.5 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2568 โดยมีอัตราการเติบโตต่อปีแบบทบต้น 6.1% จากปี 2561 ถึง 2568

ธุรกิจยา - โดยเฉพาะวิกฤตโควิด-19 ทำให้บริษัทที่ผลิตวัคซีนหรือยาต่างๆ เติบโตขึ้นอย่างมาก ยังไม่รวมกับบริษัทที่พัฒนายาเพื่อการรักษาแบบแม่นยำ “Precision Medicine” ที่จะเป็นเทรนด์การรักษาโรคที่รักษายากในอนาคต เช่น โรคมะเร็ง อีกด้วย

ด้านตลาด Precision Medicine มีมูลค่าเกิน 57 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2562 และคาดว่าจะเติบโตถึง 119 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2569

หุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ (AI) - ตั้งแต่หุ่นยนต์ดูดฝุ่นไปจนถึงการผ่าตัดด้วย AI ต่างเป็นเทรนด์สำคัญที่จะเข้ามาปฏิวัติอุตสาหกรรมยุค 4.0

จากการวิจัยและการตลาด ตลาดปัญญาประดิษฐ์ทั่วโลกคาดว่าจะสูงถึง 99.94 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2566

IoT ในภาคอุตสาหกรรม หรือ IIoT - Internet of Things (IoT) เป็นเทรนด์ที่กำลังมาแรงในยุคนี้ เมื่อมีเครื่องใช้หลากหลายชนิดที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้ออกมาสู่ตลาด แต่อีกเทรนด์ที่กำลังมาแรงมากคือ IIoT หรือ Industrial Internet of Things ที่จะเข้ามาปฏิวัติวงการอุตสาหกรรมยุคใหม่

จากข้อมูลของ Markets & Markets คาดว่าตลาด IIoT จะเติบโตจาก 77.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2020 เป็น 110.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025

โอกาสของการลงทุนเมกะเทรนด์ มีอะไรบ้าง

เมกะเทรนด์ทั้ง 7 นี้กำลังเข้ามาเปลี่ยนแปลงโลก และในแง่การลงทุนก็ต้องถือว่าเป็นกลยุทธ์การลงทุนที่ดีที่สุดใน 5-10 ปี ข้างหน้านี้ ซึ่งคนที่ติดตามข่าวสาร และศึกษามาก็จะมีโอกาสทั้ง

-เพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทน เพราะเมกะเทรนด์นั้นมีอัตราการเติบโตสูง

-กระจายความเสี่ยง เพราะธุรกิจดั้งเดิมนั้นอาจจะได้รับผลกระทบเมื่อเจอกับวิกฤตเศรษฐกิจ แต่เมกะเทรนด์จะสามารถเติบโตได้

-คนส่วนมากใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ถึงแม้เราจะไม่รู้ว่าธุรกิจแต่ละตัวนั้นทำอะไรบ้าง แต่เมื่อแนวโน้มคนทั่วโลกต้องการใช้สิ่งเหล่านี้ หมายความว่ามันเป็นธุรกิจที่เติบโตได้

-ใช้เงินลงทุนไม่มาก ก็เป็นหุ้นส่วนบริษัทระดับโลกได้

 

ข้อควรรู้ก่อนการลงทุน

การเลือกเมกะเทรนด์ จะต้องศึกษาภาพรวมของการเมืองและเศรษฐกิจในประเทศต่างๆ ด้วย เช่น เหตุการณ์ที่รัฐบาลจีน เข้ามาแทรกแซงบริษัท Big Tech ต่างๆ ทำให้เกิดการเทขายหุ้นเทคโนโลยีบางกลุ่มเป็นจำนวนมาก หรือเหตุการณ์ทางการเมืองระหว่างประเทศอื่นๆ ก็อาจจะส่งผลต่อราคาตลาดเช่นกัน

และอีกสิ่งสำคัญ คือ ผู้ลงทุนต้องตรวจสอบให้ดีก่อนเลือกกองทุน กองทุนใหม่ๆ ก็ใช่ว่าจะดีเสมอไป เพราะฉะนั้นควรดูจากผลตอบแทนย้อนหลัง ค่าธรรมเนียม และผู้ดูแลกองทุน ก่อนตัดสินใจลงทุน

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

-ส่อง 7 เทคนิคการลงทุน เลือกวิธีไหนดีให้พอร์ตโต
-NFT โอกาสสร้างรายได้ กับมูลค่าทางจิตใจบนโลกดิจิทัล

สนใจคอร์สเรียน อัพสกิลต่างๆ คลิกเพื่อดูหน้าคอร์สได้เลย

คอร์สเรียนออนไลน์

รับคูปองส่วนลดพิเศษ สำหรับคอร์สเรียน

กรอกอีเมล์รับส่วนลดคอร์สเรียน 40% พร้อมคอนเทนต์พัฒนาตัวเอง และโปรโมชั่นต่างๆ จากทาง SHiFT