4 ปัจจัย บริหารองค์กรยุคดิจิทัล ให้คนรุ่นใหม่อยากทำงานด้วย

leader shift
4 ปัจจัย บริหารองค์กรยุคดิจิทัล ให้คนรุ่นใหม่อยากทำงานด้วย

ในยุคที่การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือ Technology Disruption องค์กรถูกบังคับให้อาศัยเทคโนโลยีในการขับเคลื่อนธุรกิจ จึงจำเป็นต้องพึ่งพาแรงงานยุคใหม่ที่เข้าใจเทคโนโลยีสมัยใหม่มากขึ้น โดยเฉพาะคนในรุ่น Gen Y ลงไป หรือบุคลากรที่อายุต่ำกว่า 30 ปี

ซึ่งการทำงานกับคนรุ่นใหม่นั้น หลายองค์กรมักจะประสบปัญหาว่าคนกลุ่มนี้ทำงานไม่นานก็ลาออก ซึ่งบางบริษัทกลับมองว่าเด็กยุคนี้ไม่ทนงาน ไม่สู้งาน แต่จริงๆ แล้วสาเหตุอาจจะเกิดจากการที่องค์กรเหล่านั้น ยังทำงานในรูปแบบเดิมๆ ที่มีความซับซ้อน ไม่ยืดหยุ่น ไม่คล่องตัว และที่สำคัญคือ ไม่ท้าทาย

ในบทความนี้ จะพามาดู 4 ปัจจัยที่องค์กรยุคนี้ควรต้องปรับ เพื่อให้เข้ากับโลกการทำงานยุคใหม่ ให้คนรุ่นใหม่อยากทำงานและเติบโตไปด้วยกันกับองค์กร

ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของพนักงาน

เพราะพนักงานไม่ใช่เพียงแค่เครื่องมือที่จะเข้ามาสร้างรายได้ แต่คือคนที่เข้ามาร่วมสร้างวัฒนธรรมองค์กรร่วมกัน การบริหารจัดการองค์กรยุคใหม่จึงต้องให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของพนักงาน และสะท้อนออกมาให้เป็นภาพลักษณ์ที่ชัดเจนผ่านการสื่อสารภายในอย่างมีประสิทธิภาพ

ซึ่งเมื่อพนักงานเข้าใจสถานการณ์อย่างถูกต้องชัดเจน ก็จะเกิดความมั่นใจในการทำงาน ส่งผลให้องค์กรมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และมีการทำงานเป็นทีมที่แข็งแกร่ง

สร้างแรงจูงใจในการทำงาน

การให้พนักงานได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และพัฒนาตนเองอยู่เสมอ ไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานแล้ว ยังช่วยสร้างแรงจูงใจกับการทำงาน ทำให้พนักงานเห็นคุณค่าของผลงาน และมีความกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้กับความท้าทายใหม่ๆ อยู่เสมอ

นอกจากการส่งเสริมให้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ แล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญคือ การสร้างวัฒนธรรมให้พนักงานมีความใกล้ชิดกันมากขึ้น ผ่านการทำกิจกรรมเล็กๆ น้อยๆ เพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงาน และยังเป็นการส่งเสริมให้พนักงานทำงานเป็นทีมมากขึ้นด้วย

มีความยืดหยุ่น

ถึงแม้ว่าการระบาดของโควิด-19 จะคลี่คลายลง แต่เชื่อว่าหลายองค์กรจะยังคงให้พนักงานทำงานจากบ้านเช่นเดิม เพราะฉะนั้นการปรับกฎระเบียบต่างๆ ให้สอดคล้องกับการทำงานรูปแบบใหม่จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ข้อย่อยดังนี้

-ความยืดหยุ่นด้านเวลาการทำงาน คือ การไม่จำกัดให้พนักงานต้องทำงานตามเวลาที่กำหนดเท่านั้น แต่อาจจะปรับเปลี่ยนเป็นให้พนักงานแต่ละคนสามารถบริหารจัดการงอนของตนเองและส่งงานได้ตามเวลาที่กำหนด
-ความยืดหยุ่นในเรื่องสถานที่ทำงาน คือ การเปิดให้พนักงานที่ไม่จำเป็นต้องเข้าออฟฟิศทุกวัน สามารถทำงานได้จากทุกที่ โดยไม่บังคับว่าจะต้องอยู่ที่บ้านหรือที่ออฟฟิศเท่านั้น

-ความยืดหยุ่นในการเรียนรู้ คือ การเปิดโอกาสให้พนักงานได้เรียนรู้งานตามความถนัดหรือความต้องการ รวมถึงการพัฒนาความรู้เดิมและการเพิ่มความรู้ใหม่ๆ

-ความยืดหยุ่นในการให้สิทธิประโยชน์ คือ การให้สิ่งตอบแทนกับพนักงานที่เหมาะสมกับการทำงานยุคใหม่ เช่น การช่วยเหลือในด้านอุปกรณ์การทำงานหรืออินเทอร์เน็ต เมื่อพนักงานต้องทำงานที่บ้าน

สื่อสารให้พนักงานเห็นภาพอนาคตขององค์กร

การทำให้พนักงานมองเห็นภาพและแนวทางการบริหารจัดการร่วมกัน ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญของการบริหารองค์กรยุคใหม่ แต่ละองค์กรนั้นอาจจะมีวิธีการสื่อสารที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งหนึ่งในวิธีที่จะช่วยให้พนักงานเห็นภาพร่วมกันได้ คือ การนำเครื่องมือในการตั้งเป้าหมายและกำหนดตัววัดผล (OKR) มาเป็นตัวกำหนดเป้าหมายใหญ่ให้กับองค์กร และให้แต่ละส่วนงานเข้ามามีส่วนร่วมในการทำงานเพื่อให้องค์กรบรรลุเป้าหมายไปได้

 

สุดท้ายนี้ การบริหารองค์กรให้ตอบโจทย์พนักงานยุคใหม่ นอกจากจะช่วยให้พนักงานอยากทำงานมากขึ้น ยังมีโอกาสช่วยให้องค์กรได้รับการยอมรับ ถูกพูดถึงบนโลกโซเชียลในแง่มุมที่ดี และเป็นองค์กรที่น่ามาร่วมงานอีกด้วย

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

-ส่อง 10 กลยุทธ์การตลาดที่ได้รับการยอมรับ ช่วยแบรนด์เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
-เปิดมุมมอง “สิริวัฒน์ เกียรติเจริญสิน” FinTech กับแต้มต่อของธุรกิจหากเข้าใจการเงินยุคใหม่

สนใจคอร์สเรียน อัพสกิลต่างๆ คลิกเพื่อดูหน้าคอร์สได้เลย

คอร์สเรียนออนไลน์

รับคูปองส่วนลดพิเศษ สำหรับคอร์สเรียน

กรอกอีเมล์รับส่วนลดคอร์สเรียน 40% พร้อมคอนเทนต์พัฒนาตัวเอง และโปรโมชั่นต่างๆ จากทาง SHiFT