3 ช่องทางสร้าง Passive Income จากคริปโทเคอร์เรนซี

ปัจจุบันการฝากเงินกับธนาคาร จะได้ดอกเบี้ยอยู่ที่ 0.25% ต่อปี แต่ในโลกของ Decentralized Finance (DeFi) หรือระบบการเงินที่ไร้ตัวกลาง นักลงทุนมีโอกาสสร้าง Passive Income ในรูปแบบของดอกเบี้ยสูงถึง 10-20% ต่อปี

แล้วเราจะสร้างผลตอบแทนอย่างนี้ได้อย่างไร? ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่าโลกของคริปโทฯ ไม่ได้มีแต่ด้านการลงทุนแบบเก็งกำไร แต่เรายังสามารถนำสินทรัพย์ของเราไป ฝาก ถอน โอน กู้ หรือเป็นผู้ช่วยสร้างสภาพคล่องให้กับแพลตฟอร์ม เพียงแค่ตัดตัวกลางออกที่เก็บค่าธรรมเนียมต่างๆ อย่าง ธนาคาร หรือสถาบันการเงิน ออกไป ทำให้นักลงทุนสร้างผลตอบแทนได้มากกว่าระบบการเงินแบบเก่า

ซึ่งระบบก็ถูกป้องกันการโกงโดยใช้สัญญาอัจฉริยะ (Smart Contract) ที่ทำผ่านบล็อกเชนเข้ามาควบคุม ทำให้ไม่มีใครสามารถเข้ามาแก้ไขได้

และไม่ว่าจะถือเหรียญที่ราคาผันผวนอย่าง Bitcoin Ethereum หรือเหรียญราคาคงที่ Stable Coin เช่น USDC USDT ที่มีมูลค่าเทียบเท่ากับเงินดอลลาร์ ก็สามารถนำมาสร้าง Passive Income ได้ตามแพลตฟอร์มต่างๆ ดังนี้

 

ฝากเหรียญเพื่อรับดอกเบี้ย

เป็นลักษณะเหมือนกับการนำเงินไปฝากธนาคาร ซึ่งเจ้าของแพลตฟอร์มที่เรานำเงินไปฝากก็จะนำเงินของเราไปลงทุนเพื่อสร้างผลกำไรต่อไป และคืนเป็นผลตอบแทนกลับในรูปแบบดอกเบี้ยตามระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งแต่ละแพลตฟอร์มนั้นจะมีเงื่อนไขการฝากและอัตราดอกเบี้ยที่แตกต่างกันออกไป เช่น

-Binance มีรูปแบบการฝากแบบ Fix Saving โดยเหรียญจะถูกล็อกไว้ตามเวลาที่กำหนด เช่น 30 วัน หรือ 90 วัน ซึ่งอัตราดอกเบี้ยนั้นขึ้นอยู่กับประเภทเหรียญที่นำมาฝาก

-Celsius เป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มที่สามารถฝากคริปโทฯ ได้ ข้อดีของ Celsius คือจะไม่ล็อกวันไว้ สามารถถอนได้ตลอดเวลา และจะได้ดอกเบี้ยเข้ามาที่บัญชีทุกสัปดาห์

-Zipmex เป็นแพลตฟอร์มไทยที่ได้รับการรับรองจาก ก.ล.ต. มีบัญชี ZipUp ที่ให้คนเอาเหรียญไปฝากได้ เพียงแค่ซื้อเหรียญหรือฝากเหรียญผ่านแพลตฟอร์ม ก็จะได้ดอกเบี้ยเข้ามาโดยอัตมัติ นอกจากนี้ยังสามารถทำให้ดอกเบี้ยเหรียญที่ฝากสูงขึ้นได้ โดยการซื้อเหรียญ ZMT ของ Zipmex และล็อกไว้ตามจำนวนที่แพลตฟอร์มกำหนดไว้

 เข้าไปช่วยสร้างสภาพคล่องในแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนสกุลเหรียญ

Uniswap เป็นตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราที่ไร้ตัวกลาง หรือที่เรียกว่า Decentralized Exchange ถูกสร้างขึ้นบนบล็อกเชน Ethereum และใช้ Smart Contract ทำให้การแลกเปลี่ยนเหรียญเกิดขึ้นได้โดยไม่จำเป็นต้องผ่านตัวกลาง โดยมีค่าธรรมเนียมเป็นเหรียญ Ethereum (ETH) ประมาณ 0.3% ของมูลค่าการแลกเปลี่ยน

ลักษณะการทำงานของ Uniswap จะคล้ายๆ Super rich ในโลกของคริปโทเคอร์เรนซี แต่เปลี่ยนเหรียญระหว่าง 2 คน โดยมีแพลตฟอร์มเป็นตัวกลางเก็บค่าธรรมเนียม

วิธีสร้าง Passive income คือ ผู้ใช้ทำการจ่ายเหรียญให้กับแพลตฟอร์ม Uniswap เพื่อช่วยเรื่องสภาพคล่องให้กับแพลตฟอร์ม โดยจะได้รับค่าคอมมิชชั่นเป็นค่าธรรมเนียมจากการแลกเปลี่ยนเหรียญ ซึ่งถ้าลงทุนมากก็จะมีโอกาสได้ผลตอบแทนมาก

ปัจจุบันมีคนมาซื้อขายแลกเปลี่ยนเหรียญกันต่อวันผ่าน Uniswap ประมาณ 1,300 ล้านดอลลาร์ และปริมาณเงินฝากสูงถึง 6,000 ล้านดอลลาร์

 
นำเหรียญไปปล่อยกู้

แพลตฟอร์มอย่าง Compound เป็นแพลตฟอร์มที่เปิดช่องทางให้คนสามารถนำเหรียญต่างๆ มาค้ำประกัน(ในกรณีที่คุณยังไม่อยากขายเหรียญทิ้ง) แลกกับการถอนเป็นเงินออกไป และกลับมาคืนพร้อมดอกเบี้ยได้ เป็นเหมือนโรงรับจำนำ ระหว่าง 2 คน หรือ P2P Lending

เช่น เมื่อคุณนำ Bitcoin ไปวางจำนำ แพลตฟอร์มก็จะประเมินมูลค่า จากนั้นก็ทำการเลือกว่าจะเลือกกู้เหรียญสกุลอะไร และเมื่ออยากได้ Bitcoin คืน ก็แค่นำเงินพร้อมดอกเบี้ยมาไถ่คืนตามระยะเวลาที่กำหนด

สำหรับวิธีการสร้าง Passive income ก็สามารถทำได้ง่ายๆ คือ คนที่มีเหรียญในมือนำเหรียญเข้าไปปล่อยกู้ผ่านแพลตฟอร์ม และได้ค่าตอบแทนเป็นดอกเบี้ยจากผู้กู้นั่นเอง

ซึ่งนอกจากจะได้ดอกเบี้ยแล้ว Compound ยังจะแจกเหรียญ Comp ให้กับผู้ที่เข้าไปใช้งานแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็นผู้กู้ หรือปล่อยกู้ ก็ตาม โดยเหรียญ Comp จะมีมูลค่าสามารถนำไปแลกเป็นเหรียญอื่นๆ เพื่อไปลงทุนต่อได้เช่นกัน รวมถึงคนที่ถือเหรียญ Comp เอาไว้ก็จะมีสิทธิ์ในการโหวตเพื่อพัฒนาระบบนิเวศของแพลตฟอร์ม Compound อีกด้วย

ในสัปดาห์หน้า จะพาไปรู้จักกับการ Tokenization Asset ที่อาจจะเป็นโลกอนาคตของการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ด้วยคริปโทเคอร์เรนซี

ที่มา youtube.com/watch?v=uSbpMLoNR4E , youtube.com/watch?v=o0Y59Q9mZik

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

-3 เรื่องต้องรู้ ลงทุนกับคริปโทเคอร์เรนซีให้พอร์ตเติบโตอย่างยั่งยืน
-รวมคำศัพท์ FinTech ควรรู้
Created with